หากพูดถึงของหวานที่อยู่ในความทรงจำของชาวสงขลาหลายคน "ไอติมไข่แข็ง" คงเป็นหนึ่งในเมนูที่ถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ ด้วยรสชาติที่เรียบง่ายแต่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ของหวานจานนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารของเมืองมาอย่างยาวนาน
ไอติมไข่แข็งเป็นเมนูที่โดดเด่นด้วยไอศกรีมเนื้อเนียนนุ่ม เสิร์ฟคู่กับขนมปังและเครื่องเคียงหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสงคั่ว วุ้นมะพร้าว ฟักเชื่อม หรือท็อปปิงอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
แม้ชื่อ "ไข่แข็ง" จะฟังดูแปลกสำหรับคนต่างถิ่น แต่สำหรับชาวสงขลาแล้ว เมนูนี้คือสัญลักษณ์ของวันพักผ่อนหลังเลิกเรียน ช่วงเวลาแห่งการพบปะกับครอบครัว หรือการเดินเล่นในย่านเมืองเก่าที่มักจะจบลงด้วยของหวานถ้วยโปรดสักหนึ่งถ้วย
ความน่าสนใจของไอติมไข่แข็งไม่ได้อยู่เพียงแค่ความอร่อย หากยังสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของวัฒนธรรมอาหารในเมืองท่าสงขลา ที่เปิดรับอิทธิพลจากผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ก่อนจะปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้กลายเป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่น
ปัจจุบัน…
หากพูดถึงอาหารเช้าคู่เมืองสงขลาที่อยู่คู่คนท้องถิ่นมาหลายชั่วอายุคน “ข้าวสตูเกียดฟั่ง” คือหนึ่งในเมนูที่ไม่ควรมองข้าม อาหารจานนี้ไม่ได้มีเพียงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังสะท้อนเรื่องราวการเดินทางของวัฒนธรรมอาหารในเมืองท่าสำคัญแห่งคาบสมุทรมลายูอีกด้วย
คำว่า “สตู” มีรากมาจากอาหารตะวันตกประเภท Stew หรืออาหารที่ผ่านการเคี่ยวจนได้ซอสเข้มข้น ก่อนจะถูกนำมาปรับให้เข้ากับรสนิยมของชาวจีนโพ้นทะเลและคนท้องถิ่นในสงขลา จนกลายเป็นเมนูเฉพาะถิ่นที่หารับประทานได้ยากในพื้นที่อื่น
ความโดดเด่นของข้าวสตูเกียดฟั่งอยู่ที่น้ำสตูสีน้ำตาลเข้ม รสชาติกลมกล่อมจากการเคี่ยวเครื่องเทศและวัตถุดิบต่าง ๆ จนเข้ากันอย่างลงตัว เสิร์ฟพร้อมเนื้อหมูหรือเครื่องใน และรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ นอกจากนี้ยังมักมีเครื่องเคียง เช่น แตงกวาดอง หอมเจียว หรือซอสปรุงรสสูตรเฉพาะ ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติให้หลากหลายยิ่งขึ้น…
เมื่อเดินเข้าไปในย่านเมืองเก่าสงขลา สิ่งที่เห็นไม่ได้มีเพียงอาคารเก่า ถนนสายเล็ก หรือภาพสตรีทอาร์ตเท่านั้น แต่ยังมีอาหารท้องถิ่นที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน หนึ่งในนั้นคือ “ข้าวสตู” เมนูเรียบง่ายที่หลายคนจดจำได้จากกลิ่นน้ำสตูอุ่น ๆ ข้าวสวยร้อน ๆ และบรรยากาศร้านเก่าในเมือง
ข้าวสตูสงขลาเป็นเมนูที่หน้าตาอาจดูธรรมดา แต่มีเสน่ห์มาก เพราะเป็นอาหารที่สะท้อนความเป็นเมืองท่าของสงขลา เมืองที่เคยมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเดินทางผ่านเข้ามา ทั้งไทย จีน มลายู และผู้คนจากโลกตะวันตก จนเกิดเป็นรสชาติที่ผสมผสานและกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
สตูที่ปรับรสให้เข้ากับคนสงขลา
คำว่า “สตู” อาจทำให้นึกถึงอาหารตะวันตก…
ในย่านเมืองเก่าสงขลาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ยังมีร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เก็บรักษาความทรงจำของเมืองเอาไว้ผ่านรสชาติอาหาร นั่นคือ "หน่ำเด่า" ร้านอาหารขนาดหนึ่งคูหาบนถนนพัทลุง ที่มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นภัตตาคารอาหารไทย-จีนแห่งแรกของเมืองสงขลาเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษก่อน
แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่าน และยุครุ่งเรืองของภัตตาคารขนาดใหญ่จะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่สูตรอาหารและรสมือดั้งเดิมยังคงได้รับการสืบทอดต่อโดยอดีตผู้ช่วยแม่ครัวของร้าน ผู้รับหน้าที่ดูแลมรดกทางอาหารของหน่ำเด่าให้ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน
ภัตตาคารยุคบุกเบิกของเมืองสงขลา
ในช่วงเวลาที่เมืองสงขลากำลังเติบโตจากการค้าขายทางทะเลและการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวจีน หน่ำเด่าถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมการกินของเมือง
ร้านเป็นสถานที่ที่ผู้คนมาพบปะสังสรรค์ รับรองแขก และเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญต่าง ๆ สะท้อนอิทธิพลของวัฒนธรรมจีนที่หยั่งรากลึกอยู่ในสังคมสงขลา
ปัจจุบันแม้ร้านจะปรับรูปแบบเป็นร้านอาหารจานเดี่ยวขนาดเล็ก แต่ยังคงรักษาหัวใจสำคัญของภัตตาคารยุคแรกเอาไว้ ทั้งในด้านคุณภาพวัตถุดิบ ความพิถีพิถัน และการเตรียมอาหารแบบวันต่อวัน…
หากการเดินทางในย่านเมืองเก่าสงขลาคือการออกตามหารสชาติและเรื่องราวของชุมชน ถนนนางงามคือหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่ไม่ควรพลาด นอกจากสถาปัตยกรรมเก่าแก่และสตรีทอาร์ตที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ย่านแห่งนี้ยังซ่อนเสน่ห์ของขนมพื้นบ้านโบราณที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน
หนึ่งในร้านที่นักชิมมักแวะเวียนมาเยือน คือร้านขนมพื้นบ้านที่นำเสนอ "ขนมกรอก" และ "ขนมบ้าบิ่นโบราณ" สองเมนูที่สะท้อนภูมิปัญญาด้านอาหารและวัฒนธรรมการกินของชาวสงขลาได้อย่างน่าสนใจ
ขนมกรอก: ขนมชื่อแปลกที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์
ขนมกรอกถือเป็นหนึ่งในขนมพื้นบ้านหายากของภาคใต้ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก แม้ชื่อจะชวนสงสัย แต่เมื่อได้ลิ้มลองแล้วมักกลายเป็นเมนูที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
ตัวแป้งทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิ ก่อนนำไปกรอกเป็นแผ่นบางบนกระทะร้อนจนสุกและเกิดรูพรุนสวยงาม จากนั้นจึงใส่ไส้และม้วนเป็นแท่งขนาดพอดีคำ
ความพิเศษของขนมชนิดนี้อยู่ที่การรับประทานคู่กับน้ำจิ้มพริกตำสีส้มรสเปรี้ยวหวาน ซึ่งช่วยเพิ่มมิติของรสชาติให้แตกต่างจากขนมไทยทั่วไป เมื่อรับประทานพร้อมกันจะได้ทั้งความนุ่มละมุนของแป้ง ความกรุบหนึบของไส้ และรสเปรี้ยวหวานเผ็ดอ่อน ๆ ที่ผสานกันอย่างลงตัว…
เมื่อพูดถึงอาหารและขนมพื้นบ้านของจังหวัดสงขลา หลายคนอาจนึกถึงข้าวสตู ไข่ครอบ หรือมะม่วงเบา แต่ยังมีขนมโบราณอีกชนิดหนึ่งที่ยังคงได้รับการสืบทอดและหาทานได้ไม่ง่ายนัก นั่นคือ "ขนมบอก" ขนมพื้นบ้านชื่อแปลกที่ซ่อนเสน่ห์เอาไว้ทั้งในกรรมวิธีการทำ รสชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
ปัจจุบัน หากเดินเล่นบนถนนนางงาม ย่านเมืองเก่าสงขลา นักท่องเที่ยวอาจสะดุดตากับภาพไอน้ำลอยกรุ่นจากอุปกรณ์ทรงกระบอกขนาดเล็กที่กำลังนึ่งขนมสด ๆ อยู่หน้าร้าน ภาพเรียบง่ายนี้คือหนึ่งในวิถีอาหารดั้งเดิมที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในชุมชนเมืองเก่า
ขนมชื่อแปลกที่มาจากภูมิปัญญาการทำอาหาร
คำว่า "บอก" ในที่นี้หมายถึงกระบอกหรือพิมพ์ทรงกระบอกที่ใช้สำหรับนึ่งขนม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของขนมชนิดนี้ ผู้ทำจะนำแป้งที่ผสมเตรียมไว้ใส่ลงในพิมพ์ขนาดเล็กที่ออกแบบเฉพาะ ก่อนนำไปนึ่งด้วยไอน้ำจนแป้งสุกฟูและดันตัวออกมาเป็นแท่งทรงกระบอกสีขาวนวล
กรรมวิธีดังกล่าวไม่เพียงเป็นเทคนิคการทำอาหาร…