ปลากะพงหนึ่งตัว เชฟมองเห็นกี่จาน

คุยกับเชฟต๊อก ปีรัชด์ อนันตพันธ์ เจ้าของร้าน Secret Garden Songkhla และประธานสมาคมผู้สร้างสรรค์อาหารสงขลา เรื่องการใช้วัตถุดิบให้คุ้ม ลดขยะในครัว และทำไมอาหารที่ดีไม่ควรจบลงเมื่อเรากินอิ่ม ถ้าวางปลากะพงหนึ่งตัวลงบนโต๊ะ คนทั่วไปอาจมองเห็นอาหารจานหลักหนึ่งจาน แต่ในสายตาของคนทำอาหาร ปลาตัวเดียวกันอาจกลายเป็นอาหารได้อีกหลายเมนู เนื้อส่วนกลางนำไปนึ่ง ย่าง หรือทอด เศษจากการตัดแต่งนำไปทำทอดมัน หนังปลาทอดจนกรอบ ส่วนหัวและก้างใช้ทำน้ำสต็อกสำหรับแกง ซุป และซอส นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องฝีมือของเชฟ แต่คือการมองวัตถุดิบให้เห็นคุณค่ามากกว่าส่วนที่สวยที่สุด สำหรับเชฟต๊อก ปีรัชด์ อนันตพันธ์ แนวคิดเรื่องการลดขยะอาหารไม่ควรหยุดอยู่ที่คำว่า Zero Waste เพราะทุกครั้งที่วัตถุดิบถูกทิ้ง ต้นทุน เวลา แรงงาน และทรัพยากรธรรมชาติก็หายไปพร้อมกัน

อาหารที่ถูกทิ้ง ไม่ได้เสียแค่วัตถุดิบ

การใช้วัตถุดิบให้คุ้ม มีความหมายอย่างไรสำหรับเชฟต๊อก “อาหารหนึ่งจานไม่ได้มีเพียงรสชาติ แต่มีทั้งเกษตรกร ชาวประมง คนขนส่ง พ่อค้าแม่ค้า และคนทำอาหารอยู่เบื้องหลัง เมื่อเราทิ้งอาหาร สิ่งที่สูญเสียจึงไม่ใช่แค่เนื้อปลา ผัก หรือข้าว แต่รวมถึงน้ำ พลังงาน เวลา และแรงงานที่ใช้มาตลอดเส้นทาง สำหรับสงขลา เรื่องนี้ยิ่งใกล้ตัว เพราะเรามีวัตถุดิบจากทะเล ทะเลสาบ พื้นที่เกษตร และตลาดชุมชน การใช้วัตถุดิบให้คุ้มจึงเป็นการเคารพทั้งธรรมชาติและผู้ผลิตอาหาร”

ภูมิปัญญาเดิมที่มีมาก่อนคำว่า Zero Waste

แนวคิดนี้ถือเป็นเรื่องใหม่หรือไม่ “ไม่ใหม่ทั้งหมดครับ คนรุ่นก่อนรู้จักตากแห้ง หมัก ดอง เคี่ยว และแปรรูปวัตถุดิบตามฤดูกาล เพราะเข้าใจว่าของแต่ละอย่างมีช่วงเวลาของมัน ถ้าฤดูไหนมีมาก ก็ต้องหาวิธีเก็บไว้กินในวันที่มีน้อย เขาอาจไม่ได้ใช้คำว่า Zero Waste หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่รู้ว่าจะอยู่กับวัตถุดิบอย่างไรให้คุ้มที่สุด แนวคิด Good Food, Less Waste จึงเป็นการนำภูมิปัญญาเดิมกลับมาปรับใช้กับครัวเรือน ร้านอาหาร และเมืองในปัจจุบัน”

ปลากะพงหนึ่งตัว ไม่ควรจบแค่เนื้อชิ้นสวย

ทำไมจึงเลือกปลากะพงมาเป็นตัวอย่าง “เพราะปลากะพงเป็นวัตถุดิบสำคัญของสงขลา และทำให้เห็นเรื่องการใช้วัตถุดิบได้ชัดเจน เวลาร้านซื้อปลาเข้ามาหนึ่งตัว เราไม่ควรคิดเฉพาะว่าจะนำเนื้อชิ้นกลางไปทำอะไร แต่ควรวางแผนตั้งแต่ต้นว่าแต่ละส่วนจะไปอยู่ตรงไหน เนื้อชิ้นหลักใช้ทำอาหารจานหลัก เนื้อท้องและเศษตัดแต่งนำไปทำทอดมัน ไส้เกี๊ยว หรือลูกชิ้นปลา หนังนำไปทอดกรอบ ส่วนหัวและก้างใช้ทำน้ำสต็อก ปลาหนึ่งตัวจึงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเมนู ความสร้างสรรค์ของเชฟไม่ได้อยู่แค่หน้าตาของจาน แต่อยู่ที่การทำให้ส่วนที่คนมองข้ามกลับมามีคุณค่าและอร่อยพอที่ลูกค้าอยากกินด้วย”

ใช้ให้คุ้ม แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน

การลดขยะหมายความว่าต้องนำทุกส่วนมาทำอาหารหรือไม่ “ไม่จำเป็น และไม่ควรฝืนครับ การใช้ให้คุ้มไม่ได้หมายถึงการนำวัตถุดิบที่เสื่อมคุณภาพกลับมาใช้ ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ วัตถุดิบต้องสด เก็บในอุณหภูมิที่ถูกต้อง และแยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบกับอาหารปรุงสุกอย่างชัดเจน ส่วนที่รับประทานไม่ได้ต้องคัดแยกและนำไปจัดการอย่างเหมาะสม เป้าหมายไม่ใช่การทำให้ถังขยะว่างด้วยการฝืนใช้ทุกอย่าง แต่คือการลดสิ่งที่ไม่ควรถูกทิ้ง และจัดการส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ดีที่สุด”

ขยะอาหารคือต้นทุนของร้าน

สำหรับร้านอาหาร เรื่องนี้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือธุรกิจมากกว่ากัน “เกี่ยวข้องกับทั้งสองอย่าง และแยกออกจากกันยากครับ วัตถุดิบที่ร้านทิ้งคือเงินที่จ่ายไปแล้วแต่ยังไม่ได้สร้างรายได้ ถ้าซื้อเกิน เตรียมเกิน หรือเสิร์ฟมากจนลูกค้ากินไม่หมด ต้นทุนก็หายไปตรงนั้น ร้านอาหารควรบันทึกจำนวนลูกค้า ยอดขาย ปริมาณวัตถุดิบ และอาหารที่เหลือในแต่ละวัน เพื่อให้รู้ว่าควรสั่งของเท่าไร และขยะส่วนใหญ่เกิดจากขั้นตอนไหน การออกแบบหลายเมนูให้ใช้วัตถุดิบร่วมกัน การมีอาหารหลายขนาด และเปิดโอกาสให้ลูกค้าแจ้งลดข้าวหรือส่วนที่ไม่กิน ล้วนช่วยลดทั้งขยะและต้นทุนได้ การลดขยะจึงไม่ควรเป็นกิจกรรมพิเศษปีละครั้ง แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารร้านทุกวัน”

ที่บ้านก็เริ่มได้ตั้งแต่มื้อต่อไป

คนทั่วไปควรเริ่มต้นอย่างไร “เริ่มจากตรวจของที่มีอยู่ก่อนซื้อ วางแผนมื้ออาหาร ซื้อเท่าที่กิน และจัดวัตถุดิบที่ต้องใช้ก่อนให้อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นง่าย ถ้ามีอาหารเหลือและยังปลอดภัย อย่าเพิ่งมองว่าเป็นของเก่า ลองคิดว่าจะเปลี่ยนเป็นเมนูใหม่ได้อย่างไร ข้าวที่เหลืออาจกลายเป็นข้าวผัด ผักนำไปทำซุป และเนื้อสัตว์ที่ปรุงแล้วอาจนำไปทำอาหารอีกจาน สุดท้ายคือแยกเศษอาหารออกจากขยะทั่วไป เรื่องนี้อาจดูเล็กสำหรับหนึ่งบ้าน แต่ถ้าหลายครัวทำพร้อมกัน ผลลัพธ์จะไม่เล็กเลย”

เมืองอาหารต้องดูแลมากกว่าความอร่อย

ในฐานะประธานสมาคมผู้สร้างสรรค์อาหารสงขลา อยากเห็นเมืองเดินหน้ากับเรื่องนี้อย่างไร “การลดขยะอาหารไม่สามารถฝากไว้กับเชฟหรือร้านอาหารเพียงฝ่ายเดียว ต้องอาศัยทั้งครัวเรือน ตลาด ชุมชน ผู้ผลิต ร้านอาหาร และหน่วยงานท้องถิ่น สงขลามีต้นทุนด้านอาหารสูงมาก ทั้งทรัพยากรจากทะเล ทะเลสาบ พื้นที่เกษตร ภูมิปัญญา และความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่การเป็นเมืองอาหารไม่ควรหยุดอยู่แค่การบอกว่าเรามีอะไรอร่อย เราต้องตอบให้ได้ว่าจะดูแลวัตถุดิบอย่างไร ทำให้ผู้ผลิตอยู่ได้อย่างไร และลดสิ่งที่สูญเสียระหว่างทางได้มากแค่ไหน ความสร้างสรรค์ของเมืองอาหารจึงไม่ได้วัดจากจำนวนเมนูใหม่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการรักษาคุณค่าของทรัพยากรอาหารไว้ให้นานที่สุดด้วย” อาหารที่ดีไม่ควรจบเมื่อเราอิ่ม ปลากะพงหนึ่งตัวอาจกลายเป็นอาหารหลายจาน เศษอาหารอาจกลายเป็นปุ๋ย และข้อมูลขยะเพียงไม่กี่สัปดาห์อาจช่วยให้ร้านลดต้นทุนได้ตลอดทั้งปี ทั้งหมดเริ่มจากการเปลี่ยนคำถาม จาก “ส่วนไหนใช้ได้บ้าง” เป็น “เราจะทำให้วัตถุดิบชิ้นนี้สร้างคุณค่าได้มากที่สุดอย่างไร” เชฟต๊อกทิ้งท้ายว่า “อาหารที่ดีไม่ควรทำให้เราอิ่มเพียงมื้อเดียว แต่ควรสร้างคุณค่าให้ผู้ผลิต คนทำอาหาร ธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เมืองอาหารที่ยั่งยืนอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่ แต่อาจเริ่มจากปลากะพงหนึ่งตัวที่ถูกใช้จนคุ้มในครัวของเราเอง”

Leave a Comment