ขนมบูตู สงขลา: มรดกครัวมุสลิมในเมืองเก่าที่กลับมามีชีวิต

ในย่านเมืองเก่าสงขลา จังหวัดสงขลา มีเรื่องราวอาหารพื้นถิ่นจำนวนมากที่ค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่หนึ่งในนั้นกลับถูก “ปลุกคืนชีวิต” อีกครั้งผ่านขนมโบราณที่ชื่อว่า ขนมบูตู (ขนมปูตู) ขนมพื้นบ้านของครัวมุสลิมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นรสชาติคุ้นเคยของชุมชน แต่เกือบสูญหายไปจากเมือง

ทุกวันนี้ ขนมบูตูกลับมาอีกครั้งในฐานะ “มรดกทางอาหารมีชีวิต” ที่ไม่เพียงแต่ขายขนม แต่ยังขายเรื่องราวของความทรงจำ ครอบครัว และรากวัฒนธรรมของเมืองเก่าสงขลา

การฟื้นคืนขนมจากความทรงจำของครอบครัว

เรื่องราวของขนมบูตูไม่ได้เริ่มจากธุรกิจ แต่เริ่มจาก “ความตั้งใจของคนในครอบครัว”

คุณชยุต ตะทวี ลูกหลานชุมชนมัสยิดบ้านบน ได้เริ่มต้นค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับขนมโบราณนี้จากคุณย่าวัยกว่า 90 ปี ผู้ยังจำรสชาติและวิธีทำได้อย่างเลือนราง

จากบทสนทนาในครัวเล็ก ๆ กลายเป็นการทดลองทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดสูตรดั้งเดิมก็ถูกฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง พร้อมนำกลับมาสู่ชุมชนเมืองเก่าสงขลาในรูปแบบที่ยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้อย่างครบถ้วน

นี่จึงไม่ใช่แค่ขนม แต่คือการ “คืนชีวิตให้ความทรงจำของเมือง”

เสน่ห์ของขนมบูตู: เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง

ขนมบูตูเป็นขนมที่ใช้วัตถุดิบพื้นฐาน แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดทางรสชาติและภูมิปัญญา

ตัวแป้งทำจาก แป้งข้าวเจ้าผสมกะทิสด แล้วนำไปนึ่งบนไอน้ำร้อนจนสุกฟูนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกะทิที่ชวนให้นึกถึงขนมพื้นบ้านในอดีต

หัวใจสำคัญของขนมอยู่ที่ไส้ น้ำตาลโตนด เมื่อโดนความร้อนจะละลายกลายเป็นซอสหวานเข้มข้นซึมอยู่ด้านใน

เมื่อเสิร์ฟ จะโรยด้วย มะพร้าวทึนทึกขูดผสมเกลือเล็กน้อย เพื่อสร้างสมดุลของรสชาติ

ผลลัพธ์คือรสชาติที่ซับซ้อนอย่างนุ่มนวล:
หวานจากน้ำตาลโตนด
มันจากกะทิและมะพร้าว
เค็มปลายลิ้นที่ช่วยดึงรสทั้งหมดเข้าด้วยกัน
และเนื้อสัมผัสนุ่มฟูละลายในปาก

พิกัดและช่วงเวลาที่ควรรู้

ขนมบูตูเป็นขนมที่มีช่วงเวลาขายจำกัด ทำให้ยิ่งเพิ่มความพิเศษ

พิกัด: สี่แยกถนนนางงาม ตัดถนนพัทลุง
อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

เปิดขาย: เฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลา: ช่วงเช้าตรู่ และมักหมดก่อนเวลา 10.00 น.

การได้ชิมขนมบูตูจึงเหมือนการ “ตามล่ารสชาติของเวลา” ที่ต้องอาศัยทั้งจังหวะและความตั้งใจ

Leave a Comment