หากมีอาหารสักอย่างที่สะท้อนวิถีชีวิตยามเช้าของผู้คนในสงขลาและหาดใหญ่ได้อย่างชัดเจน “ติ่มซำ” คงเป็นหนึ่งในนั้น อาหารมื้อเล็ก ๆ ที่เดินทางมาพร้อมกับชุมชนชาวจีนโพ้นทะเล ก่อนจะหยั่งรากลึกและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารภาคใต้มาจนถึงปัจจุบัน
คำว่า “ติ่มซำ” มีความหมายว่า “แตะใจ” หรือ “เติมเต็มหัวใจ” ซึ่งสะท้อนบทบาทของอาหารประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะติ่มซำไม่ได้เป็นเพียงอาหารสำหรับรองท้องยามเช้า แต่ยังเป็นมื้อแห่งการพบปะ พูดคุย และใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว เพื่อนฝูง และคนในชุมชน
ในอดีต การดื่มชาควบคู่กับติ่มซำเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวจีน ก่อนจะถูกส่งต่อมายังเมืองท่าสำคัญของภาคใต้ เช่น สงขลาและหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าและการตั้งถิ่นฐานของชาวจีนมาอย่างยาวนาน จนเกิดเป็นวัฒนธรรม “จิบชา กินติ่มซำ” ที่ยังคงพบเห็นได้ทุกเช้าจนถึงทุกวันนี้
เสน่ห์ของติ่มซำอยู่ที่ความหลากหลายของเมนู ไม่ว่าจะเป็นขนมจีบ ฮะเก๋า ซาลาเปา เกี๊ยวกุ้ง หรือเมนูนึ่งอื่น ๆ ที่จัดเรียงอยู่ในเข่งไม้ไผ่ขนาดเล็ก แต่ละเข่งอาจมีรสชาติและวัตถุดิบแตกต่างกันไป สะท้อนทั้งภูมิปัญญาการปรุงอาหารและความคิดสร้างสรรค์ของผู้ทำ
สำหรับชาวสงขลาหลายคน การนั่งล้อมวงรับประทานติ่มซำพร้อมชาอุ่น ๆ ในช่วงเช้าของวันหยุดถือเป็นกิจกรรมที่คุ้นเคย เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้พักจากความเร่งรีบของชีวิต และใช้เวลาแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันอย่างเรียบง่าย
แม้เวลาจะเปลี่ยนไป แต่ติ่มซำยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน เป็นตัวอย่างของการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในเมืองสงขลา และเป็นหลักฐานว่าบางครั้งอาหารไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่รสชาติ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความสัมพันธ์ ความทรงจำ และการสืบทอดวิถีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น
เพราะสำหรับคนสงขลาหลายคน เช้าที่สมบูรณ์แบบ อาจเริ่มต้นจากชาอุ่น ๆ หนึ่งกา และติ่มซำร้อน ๆ สักสองสามเข่งบนโต๊ะอาหาร

